แม้ว่าในปัจจุบันกระแสสังคมจะมีการรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น แต่ทว่ายังมีการผลิตซ้ำภาพจำเดิมๆ ที่ทำให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศได้รับเจ็บปวดจากการกระทำนั้น ทั้งการจำกัดสิทธิต่างๆ จะไปถึงการต้องพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้สังคมยอมรับ ทั้งที่ตัวพวกเขาเองไม่ได้ต้องการ

ในอดีตการถูกเหมารวมและการสร้างภาพจำผิดๆ ให้กับคนในสังคม ยิ่งทำให้กลุ่ม LGBTQ+ ถูกตีกรอบมากยิ่งขึ้น แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีมูฟเมนต์มากมายที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศทำให้กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศได้มีการออกพูดเกี่ยวกับปัญหาการถูกเหมารวมมากยิ่งขึ้น และทำให้คนในสังคมได้เข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้น 

ทำไมถึงได้มาทำอาชีพนี้

จิต จิตกร กัลยา เจ้าของร้านเสริมสวยในจังหวัดศรีสะเกษเล่าว่า ที่บ้านของเธอทำอาชีพช่างตัดเย็บอยู่แล้ว และเธอเองได้มีโอกาสได้เรียนวิชานาฏศิลป์การแต่งหน้าก็เลยเป็นผลพลอยได้มาจากการเรียนนี้

“ที่บ้านทำอาชีพตัดชุดอยู่แล้ว ช่างแต่งหน้าคือเราเรียนนาฏศิลป์มาการแต่งหน้าเลยเป็นผลพลอยได้ติดมาด้วย” จิต กล่าว

และเธอยังเล่าต่ออีกว่า ก่อนหน้าที่จะมาทำร้านเสริมสวยนี้เธอเรียนไม่จบ แต่ในช่วงที่เธอเรียนอยู่นั้นเธอได้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการรำ การเต้น และได้มีโอกาสไปสอนในที่ต่างๆ และได้เป็นนางโชว์ด้วย เรียนไม่จบเพราะว่าตอนนั้นเศรฐกิจไม่ดี และปัญหาหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้เธอเลยตัดสินที่จะกลับมาอยู่บ้าน 

“ทำหลายอย่างมากก่อนที่จะมาทำอาชีพนี้ จริงๆ ที่ได้กลับมาอยู่บ้านเพราะว่าเรียนไม่จบและปัญหาเศรฐกิจตกตำมันเลยทำให้เราเรียนไม่จบด้วย” จิต กล่าว 

บิ๊กซี ฉัตรชนก ธนเกียรติกาลกูล นักศึกษาที่ทำอาชีพช่างแต่งหน้าเป็นงานเสริม เธอทั้งเรียนและทำงานไปพร้อมกับการเรียน เธอเล่าว่า เหตุผลหลักๆ ที่เข้ามาทำงานคือ เธอว่างจากกสารเรียนและไม่รู้ “เหตุผลหลังๆ ที่มาทำเพราะว่าเงิน และตอนที่ทำนั้นก็เป็นตอนที่ว่างจากการเรียน เรียนแค่วิชาเดียว เวลาว่าก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร” บิ๊กซี กล่าว 

และเธอยังเล่าอีกว่า ตอนที่เธอเรียนชั้นมัธยมได้เข้าไปในวงการนาฏศิลป์และรู้สึกว่านาฎศิลป์มีเสนห์ที่หน้าหลงใหลและตัดสิทใจทำอาชีพนี้เพราะรู้สึกชอบ 

“ที่เราตัดสินใจมาทำเพราะว่าเราชอบ เราอยู่กับมันตั้งแต่เด็ก ตอนที่เราอยู่มัธยมเราเข้าวงการนาฏศิลป์เพราะรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก เพราะว่านาฏศิลป์มันไม่ได้มีแค่รำ มันมีการแต่งตัวแต่งหน้าเราก็อยู่อย่างนั้นมาเรื่อยๆ” บิ๊กซี กล่าว 

ความฝันและสิ่งที่อยากทำ

“เรามีความฝันว่าอยากเป็นไกด์” บิ๊กซี กล่าว 

เธอเล่าว่า เธอชอบเจอออกไปข้างนอก พบปะผู้คนมากมาย แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งอาชีพนี้ไป เพราะว่ามันเป็นอาชีพที่สุจริต แต่ความฝันหลักๆ คืออยากเป็นไกด์ อยากทำงานกับผู้คนที่หลากหลาย ไม่ชอบทำงานออฟฟิศ หรือรับราชการ เราไม่อยากทำงานที่รู้สึกเครียด แต่ถ้าวันหนึ่งรู้สึกไม่อยากทำอาชีพนี้แล้วเราก็สามารถที่จะกลับมาทำอาชีพช่างเสริมสวยนี้ได้ เพราะมีทักษะที่เราเคยทำมาแล้ว 

“มีความฝันว่าอยากเป็นครู ครูที่สอนในพี่ที่ห่างไกล เพราะว่าเรียนไม่จบเลยไม่มีโอกาสได้ไปสอนตรงนั้น” จิต กล่าว

เธอเล่าต่อว่า พอไม่ได้ทำตามความฝัน เลยย้ายกลับมาเปิดร้าน แต่ก็ยังมีโอกาสได้สอนการเต้น การรำ ทำเพราะว่ามีความสุข และสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่ 

การยอมรับในสังคม (อีสาน) 

“ถ้าทำดีเขาก็ยอมรับ” จิต กล่าว 

“การยอมรับในสังคมภาคของเราก็ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ถึงขนาดดี” บิ๊กซี กล่าว

เธอยังเล่าต่อว่า หลายครั้งเธอยังถูกมองว่าเป็นตัวตลก เพียงเพราะว่าไว้ผมยาวเท่านั้นเอง 

คิดเห็นยังไงกับภาพจำและการเหมารวม 

“ฉันไม่แคร์ ไม่สนใจ เพราะเราไม่ได้ขอเขากิน เราไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่ได้เป็นภาระให้กับใคร” จิต กล่าว

“เรื่องการเหมารวมแน่นอนว่ายังถูกมองอยู่ อย่างเช่นบ้านนอกจะมองว่า ถ้าเกิดเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ เป็นกะเทยก็ต้องมาทำเกี่ยวกับช่างแต่งหน้าทำผมมันก็จะวนเวียนอยู่แบบนี้ แต่จริงๆ แล้วถ้าเกิดเรามองไปถึงอตีด เราจะเห็นว่ามันพังมาตั้งแต่อดีตแล้ว เพราะว่าคนในสังคมยังไม่มีความเท่าเทียมกัน ทำให้กลุ่ม LGBTQ+ มีโอกาสน้องลง ทำอะไรไม่ค่อยได้ อาชีพมันก็แคบลงจนมาเหลือแค่ไม่กี่อาชีพ และคาแรกเตอร์กลุ่ม LGBTQ+ ชอบสนุกสนาน ชอบความสวยความงาม ชอบแฟชั่น มันก็เลยมากระจุกกันในอาชีพนี้ เพราะว่าได้เป็นนายของตัวเอง พอได้เป็นนายตัวเองแล้วก็จะไม่มีคนมาว่า กลุ่ม LGBTQ+ เลยถูกตีกรอบของอาชีพให้เหลือแค่ไม่กี่อาชีพ ก็เลยถูกเหมารวมว่า ต้องทำอาชีพนี้เท่านั้น” บิ๊กซี กล่าว

มังกรทอง พัธเสน ครูพิเศษสอน เธอเล่าว่า ตอนที่เธอรู้ตัวครั้งแรกว่าเป็นผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศครั้งแรกก็ช่วงที่เธอยังเด็ก เพราะเธอเองชอบของสวยๆ งามๆ ชอบเล่นแต่งตัว ชอบเสื้อผ้าสวยๆ และอยากสวย ที่ให้เธอรู้ตัวเองว่าตอนนั้นเธอเองเป็นคนพิเศษ 

“คือเราชอบของสาวๆ งามๆ อยู่แล้ว ชอบเล่นแต่งตัว ชอบดอกไม้ เสื้อผ้าสวยๆ เวลากีฬาสีเราก็รู้สึกอยากถือป้าย เป็นคฑากร อยากสวยด้วย แล้วเรารู้สึกโชคดีมากที่รู้ตัวตั้งแต่เด็กๆ” มังกรทอง กล่าว

มังกรทอง เล่าว่าตอนที่เธอยังเป็นเด็กเธอยังไม่ถูกยอมรับในเพศสภาพของเธอ จนกระทั่งเธอสามารถหาเงิน มีเงินเก็บไว้กินไว้ใช้ สามารถหาเงินเรียนได้ และได้รับรางวัลต่างๆ จากโรงเรียน เธอจึงได้รับการยอมรับมากขึ้น

“จริงแล้วเราไม่ได้ Come Out แต่เพราะรู้สึกว่าเราเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก มีพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ตอนนั้นชอบเล่นแต่งตัวกัน เอาผ้าของพ่อแม่มาใส่ เขาก็สังเกตมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว” 

“แต่ก่อนตอนที่ยังไม่เปิดกว่าเท่าปัจจุบัน คุณแม่ยังไม่ยอมรับ จนกระทั่งเราสามารถหาเงินได้เรียนไปด้วยได้ และมีเงินเก็บ ได้รับรางวัลต่างๆ หลังๆ มาเขาก็เริ่มยอมรับมากขึ้นและก็ไม่มีปัญหา ครอบครัวก็ยอมรับเพศภาพแบบนี้และยินดีมากๆ” มังกรทอง กล่าว

การถูกยอมรับในครอบครัวเป็นหนึ่งเรื่องที่สำคัญ แต่ก็มีกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเลือกที่จะไม่ Come Out กับครอบครัว แต่เลือกที่จะ Come Out กับบุคคลภายนอกมากกว่าครอบครัว

“ตอนนี้สังคมรอบข้างเราไม่มีใครเหยียดแล้ว เขายอมรับในหน้าที่การงานของเรา เพราะเรามาเป็นครู เขาก็เรียกว่าว่าคุณครู ส่วนหนึ่งที่เขายอมรับเราอาจจะเพราะว่าประสบความสำเร็จก็ได้ เพราะว่าถ้ากลับไปดูบางคนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จอาจจะโดยเหยียดบ้างแต่ก็ไม่ได้หนักขนาดนั้น อยากบอกว่าทุกคนมีความสำเร็จที่ต่างกัน บางคนอาจจะประสบความสำเร็จในเรื่องที่เล็กน้อย มีเงินมีทองใช้ โดยที่ไม่ต้องมาทำงานในแบบที่สังคมยอมรับ ถ้าเราโอเคนั้นจุดนั้นของเขามันก็ประสบความสำเร็จแล้ว ไม่ต้องไปพิสูจน์ตัวเอง” มังกรทอง กล่าว

“คนมักจะนิยามว่า LGBTQ เป็นสีสัน สร้างเสียงหัวเราะ มันมี LGBTQ ที่ไม่ได้ตลก แล้วก็พวกเขาก็อยู่ในหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ต้องไปตีตราให้กับเขา” มังกรทอง กล่าว

เธอยังเล่าถึงการถูกผลิตซ้ำและการถูกตีตราของกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศบนสื่อ โดยเธอยังเล่าต่ออีกว่า คนมักมีภาพจำว่ากลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ต้องตลก เฮฮา อยู่เสมอ เพราะกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ก็เหมือนคนปกติทั่วไป เหมือนบุคคลธรรมดา ไม่อยากให้ทุกคนมองว่าพวกเขาต้องเป็นคนตลก เฮฮา อยู่เสมอ ให้มองเขาเป็นคนธรรมดา แต่ละคนมีความสวยงาม ที่แตกต่าง หลากหลายกันออกไป 

การสร้างภาพจำและความเข้าใจผิด ทำให้หลายคนถูกเหมารวมและถูกเลือกปฏิบัติ ตัวตนของทุกคนมีคุณค่าและสวยงามเสมอ การเอาภาพจำเดิมๆ มาครอบงำตัวตนของใครคนใดคนหนึ่งมันเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ด้วยหรือในความแตกต่างแหละหลากหลายนี้